Προφίλ του χρήστη Teerewanที - ละ - วันΦωτογραφίεςΙστολόγιοΛίστεςΠερισσότερα ![]() | Βοήθεια |
|
05 Μαρτίου ว่าด้วยความจริง“ความจริง” คำนี้ดูง่าย ๆ ไม่เก๋ ไม่เด่น ไม่น่าพูดถึงเท่าไหร่ แต่ทำมั๊ย สุดท้ายก็ต้องมาจบที่คำนี้ทุกที - เวลาทะเลาะกับแฟน เราก็อยากให้เค้าพูด “ความจริง” - เวลาเราอยากรู้ว่างานของเราเป็นไงบ้าง เราก็อยากให้เพื่อนบอก “ความจริง” - เวลามีใครวิจารณ์ (เม้าส์) กันมาก ชักจะไปไกล ในใจเราก็จะมีคำถามแล้วว่า “ความจริง” คืออะไร (ว่ะ) - แม้แต่เวลาที่เราสับสน วุ่นวายกับเรื่องราวที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนในหัวของเรา เรายังมานั่งถามตัวเองเลยว่า “ความจริง” คืออะไรกันแน่ (ว่ะ) ไม่รู้ว่าใครจะเป็นอย่างที่ว่ามาข้างบนหรือเปล่า ลองคิดดูเล่น ๆ นะ สุดท้าย อะไร ๆ ก็แพ้ “ความจริง” แล้วไอ้เจ้าตัว “ความจริง” มันคืออะไรกันแน่
เราจะไม่ถกกันในแง่ของปรัชญาล่ะนะเพราะมันคงจะยาว (และยากมาก) ขอแค่เล่าประสบการณ์ว่าได้ค้นพบอะไรในเส้นทางของการเรียนจิตวิทยาและการภาวนา เราพบว่าทฤษฎีหลัก ๆ ของจิตวิทยาการปรึกษาหรือจิตบำบัด ไม่ว่าจะเป็นฟรอยด์ หรือ โรเจอรส์ ก็มุ่งให้ผู้รับบริการกลับไปสู่ความจริงของตนเองให้ได้มากที่สุด เพราะมนุษย์ถูกหล่อหลอมให้ค่อย ๆ หลอกตัวเองมาเรื่อย ๆ วันก่อนฟังธรรมะบรรยายของท่านภาสกร (ภาวิไล) ท่านพูดถึงต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตว่าตั้งต้นที่ความกลัวจึงต้องสร้าง body ขึ้นมาห่อหุ้ม แล้วก็เกิดวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนเป็นมนุษย์ในที่สุด ฟังท่านแล้วก็นึกถึงจิตวิทยาเหมือนกัน ช่างตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย จิตใจมนุษย์ก็มีต้นกำเนิดอย่างเดียวกับที่ท่านว่า สิ่งแรก ๆ ที่ทารกรู้จักคือ “ความกลัว” ธรรมชาติของจิตใจจึงต้องสร้างเกราะป้องกัน สร้างแล้ว สร้างอีก หลายซับหลายซ้อน เป็นกลไกทางจิตที่เราสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
แล้วทำไมนักจิตวิทยาหลัก ๆ ทั้งสองคนถึงแนะนำให้เรากลับไปหาความจริง เพราะการอยู่กับสิ่งที่หลอกลวงนั้นไม่มั่นคง และเชื่อมต่อกับคนรอบ ๆ ข้างได้ไม่สนิท คนเราเมื่ออยู่กันด้วยกลไกทางจิต เราก็จะคิด (คาดหวัง) ว่าเค้าคงเป็นอย่างที่แสดงออกมาก็แอบฝันหวานว่า คนนี้ใจดีจัง ดูท่าที่เค้าอุ้มแมวสิ ถ้าเราได้อยู่กับเค้าคงจะอบอุ่น แล้วเราก็ปิดประตูลงกลอนความคิดนี้แล้ว ห้ามความคิดอื่นเข้ามายุ่ง ฉันจะเชื่อของฉันอย่างนี้ (เพราะภายในใจมันสั่งออกมาให้เชื่ออย่างนี้อยู่แล้ว เพราะตลอดมามันก็หาแต่คนลักษณะนี้อยู่ตลอดอยู่แล้วด้วย) แล้วปัญหาก็ตามมาว่า เค้าคนนั้นไม่ได้ใจดีอย่างนั้นตลอดเวลา ก็จะผิดหวัง เป็นทุกข์ ซึ่งอาจแสดงออกด้วยความโกรธพาลโทษเค้าที่เปลี่ยนไป บ้างก็เศร้าจากการโทษตัวเองว่าเราคงไม่ดีทำให้เค้าโกรธ บ้างก็โทษสถานการณ์ต่าง ๆ นั่นก็เป็นการหลอกตัวเองซ้ำเข้าไปอีก เป็นวงจรซ้ำไปซ้ำมา ลองคิดดูเล่น ๆ สิ ชีวิตจะไม่มีปัญหาเลยถ้าทุกขณะจิตเราอยู่ร่วมกันด้วยความจริง (ขอบอกว่าต้องจริง ๆ ๆ นะตั้งแต่ต้น) หายากใช่มั๊ย แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าจริงของตัวเองคืออะไรเลยใช่มั๊ย ถามหน่อยว่ามีใครรู้จักตัวเองจริง ๆ บ้าง...
อย่าเพิ่งหมดหวัง ถ้าเราคิดว่าเอาล่ะ เราจะไม่เป็นทาสกลไกทางจิตอีกต่อไปแล้วล่ะนะ เราก็จะค่อย ๆ เดินทางย้อนรอยเข้าไปหาความจริงได้ด้วยการฝึกฝน ลองคิดดูสิว่ากว่าจะมาเป็นตัวเราได้ขนาดนี้ ผ่านการหล่อหลอมอะไรมาบ้าง ถ้าเทียบกลไกทางจิตเป็นดินที่พอกตัวจริงเราอยู่ก็ไม่รู้มันจะหนาหนักสักกี่ตัน เพราะฉะนั้นตอนที่จะเดินทางเข้าไปพบกับ “ความจริงแท้” ข้างในมันก็ต้องยากกันหน่อยจริงไหม...อยากรู้แล้วล่ะสิว่าทำยังไง ไว้รออ่านต่อละกันนะ
Σχόλια (3)
ΠαραπομπέςΗ διεύθυνση URL της παραπομπής γι' αυτή την καταχώρηση είναι: http://teeladay.spaces.live.com/blog/cns!81D729CC2EC4E9C3!333.trak Ιστολόγια που έχουν αναφορές σε αυτή την καταχώρηση
|
|
|